วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
ผลของการทำลายผิวจากรังสี UV
ผลของการทำลายผิวจากรังสี UVรังสียูวีส่งผลและทำลายผิวในระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งยังทำลายดีเอ็นเอทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งสามารถจัดกลุ่มผลของการทำลายผิวได้ ดังนี้
Photoageing (โฟโต้เอจจิ้ง) ความเสื่อมของผิวก่อนวัย
Oxidative stress (ออกซิเดทีฟ สเตรส) ภาวะที่มีอนุมูลอิสระมากกว่าสารต่อต้านอนุฒุลอิสระ
Dehydration (การสูญเสียน้ำของผิว)
วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
รังสียูวีกับผิว
รังสียูวีกับผิวรังสียูวีส่งผลต่อผิวหนังทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยอาจแบ่งการทำลายเป็น 2 ลักษณะคือ
ยูวีเอ ทำลายผิวลึก ส่งผลในระยะยาว ทำให้เกิด
-ผิวหมองคล้ำ เนื่องจากการที่ผิวมีกลไกตามธรรมชาติในการป้องกันรังสียูวีเอซึ่งผ่านเข้าถึงผิวชั้นหนังแท้ ด้วยการผลิตเมลานิน (Melanin pigment) เพื่อให้ผิวมีความสามารถในการป้องกันรังสียูวีได้ดีขึ้น
-ทำลายลึกถึงผิวชั้นหนังแท้ รบกวนการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและเส้นเลือดต่างๆ ซึ่งในระยะยาวทำให้เกิดการสูญเสียความยืดหยุ่น เป็นต้นเหตุของริ้วรอย ทำให้เกิดอนุมูลอิสระและภาวะออกซิเดทีฟ สเตรส(Oxidative Stress) ซึ่งส่งผลให้ DNA ถูกทำลายเป็นการทำลาย DNA โดยทางอ้อม (Indirect damage)
ยูวีบี ทำลายผิวในทันที ส่งผลในระยะสั้นและระยะยาว
-ทำให้เกิดผิวไหม้เกรียม แสบ และระคายเคืองผิว
-ทำให้เซลล์ผลิตผิวชั้นหนังกำพร้าให้หนาขึ้น เป็นสาเหตุของผิวหยาบกร้าน
-ลดความสามารถในการซ่อมแซม DNA ในผิว ซึ่งเป็นการทำลาย DNA โดยตรง (Direct damage) และเป็นกลไกที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
